2005/Oct/21

ในสมัยอียิปต์โบราณ เมื่อมีคนตายก็จะนำศพไปฝังไว้ในทะเลทรายอันร้อนระอุ ความร้อน และความแห้งแล้งทำให้ร่างกายแห้งอย่างรวดเร็ว โดยที่แบคทีเรียไม่มีโอกาสได้ย่อยสลายศพเสียก่อน จึงกลายเป็นมัมมี่ไปตามธรรมชาติ คงจะมีการค้นพบโดยบังเอิญ

ต่อมาชาวอียิปต์ก็เริ่มใช้โลงบรรจุศพก่อนฝัง เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ป่าแทะกินศพ แต่ก็กลับพบว่า ซากศพที่ฝังในโลง ได้เปื่อยเน่าไป ไม่แห้งและอยู่คงทนเหมือนแต่ก่อน เพราะโลงศพทำหน้าที่เก็บกักความชื้นจากร่างกาย เพียงพอที่จะอำนวยให้แบคทีเรียเจริญเติบโต และทำการย่อยสลายให้ศพเน่าเปื่อยสูญไปได้

ต่อมาอีกหลายร้อยปี ชาวอียิปต์ก็ได้ศึกษาทดลองวิธีต่างๆเพื่อจะรักษาสภาพศพให้คงทนอยู่ได้ กรรมวิธีในการรักษาศพให้คงทน ประกอบด้วยการแช่อาบศพด้วยสิ่งที่ชะงักการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย แล้วพันด้วยแถบผ้าลินิน ปัจจุบันเราเรียกกรรมวิธีนี้ว่า การทำมัมมี่ ขั้นตอนการทำมัมมี่ มีอยู่ 13 ขั้นตอนนะคะ

ขั้นตอนที่ 1.

ศพถูกนำไปยังเต๊นท์พิเศษ ที่เรียกว่า อีบู ซึ่งมีความหมายว่า สถานที่ชำระศพให้บริสุทธิ์ ผู้ทำมัมมี่จะอาบศพด้วยเหล้าที่ทำจากน้ำตาลสด และชำระล้างด้วยน้ำจากแม่น้ำไนล์

ขั้นตอนที่ 2.

ช่างก็จะผ่าช่องท้องด้านซ้ายเพื่อเอาอวัยวะภายในออก เนื่องด้วยอวัยวะภายใน ซึ่งมีความชื้นสูง จะเป็นสิ่งแรกที่เน่าสลายอย่างรวดเร็ว จึงต้องเอาออก เหลือไว้แต่หัวใจที่จะทิ้งไว้ภายในศพ เพราะพวกเขาเชื่อว่า หัวใจคือศูนย์รวมแห่งปัญญาและความรับรู้ทั้งปวง ที่ผู้ตายยังต้องการใช้ในโลกแห่งวิญญาณ

ขั้นตอนที่ 3.

ส่วน ตับ ปอด กระเพาะ และลำไส้ จะถูกนำมาชำระล้างจนสะอาด แล้วนำไปกลบไว้ด้วยเกลือเม็ดที่เรียกว่า Natron ซึ่งเป็นเกลือโซเดียมคาร์บอร์เนต ...

แล้วเขาจะสอดตะขอผ่านเข้าทางช่องจมูก เพื่อเกี่ยวเอาเนื้อสมองออกมา เพราะสมองก็เหมือนอวัยวะภายในที่มีความชื้นสูง ถ้าทิ้งไว้จะทำให้แห้งยาก และก่อให้เกิดการย่อยสลายได้ง่าย


ขั้นตอนที่ 4.

จากนั้นก็เอาศพไปวางกลบด้วยเกลือเม็ดให้แห้ง ของเหลวจากร่างกาย และผ้าที่ใช้ในการเตรียมศพทุกชิ้น ก็จะเก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อนำไปฝังพร้อมกับศพ

ขั้นตอนที่ 5.

ช่องว่างภายในก็ใส่เกลือเม็ดไว้ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันจะทำให้ร่างเปื่อยเน่าสูญสลายไปได้

ขั้นตอนที่ 6.

ศพจะถูกแช่เกลือไว้สี่สิบวันจนแห้งดี แล้วจะถูกนำมาชำระล้างด้วยน้ำจากแม่น้ำ
ไนล์อีก แล้วจะเคลือบผิวหนังด้วยน้ำมันเพื่อให้ผิวหนังคงสภาพอ่อนนุ่มไม่แห้งกระด้างไปตามกาลเวลา

ขั้นตอนที่ 7.

อวัยวะภายในที่แห้งแล้วจากการแช่เกลือ ก็จะถูกนำกลับมาบรรจุในช่องท้องและช่องอกตามเดิม

ขั้นตอนที่ 8.

แล้วจะเติมด้วยของแห้งอย่างอื่นให้เต็ม เช่นขี้เลื่อยหรือใบไม้และผ้าลินิน เพื่อให้ดูเหมือนยามมีชีวิตอยู่ ไม่ยุบตัวลงไปตามกาลเวลาในภายหลัง

ขั้นตอนที่ 9.

จากนั้นก็จะชำระศพด้วยน้ำมันหอมอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะนำไปพันผ้าลินินในขั้นต่อไป

การพันห่อมัมมี่
ขั้นแรก ศีรษะและลำคอจะถูกพันก่อน ด้วยแถบผ้าลินินอย่างดี แล้วก็จะพันนิ้วมือและนิ้วเท้าแยกกันทีละนิ้ว แล้วก็พันห่อแขนและขา แต่ละทบก็จะใส่เครื่องราง เพื่อปกปักรักษาผู้ตายในระหว่างการเดินทางไปสู่ภพใหม่

ขั้นตอนที่ 10.

ในขณะที่ร่างของมัมมี่กำลังถูกห่อพันด้วยผ้าลินิน ก็จะมีพระท่องมนต์ เพื่อขจัดสิ่งที่เลวร้ายมิให้แผ้วพานผู้ตาย และเป็นการช่วยให้ผู้ตายเดินทางได้สะดวกในภพหน้า

ขั้นตอนที่ 11.

แล้วแขนขามัมมี่ก็จะถูกพันเข้ากับส่วนร่าง ตำรา "มนตราสำหรับผู้ตาย" ก็จะรวมห่อไปด้วยให้ถือไว้ในมือของมัมมี่

ขั้นตอนที่ 12.

จากนั้นก็จะพันผ้าเพิ่มรวมให้ร่างถูกพันรวมกันหมด แต่ละชั้นของผ้าลินิน ผู้ทำมัมมี่ก็จะทาไว้ด้วยเรซิน เพื่อให้ผ้าลินินยึดติดกันไม่หลุดรุ่ยออกได้ง่าย แล้วห่อด้วยผ้าผืนใหญ่อีกทีหนึ่ง จากนั้นก็จะวาดรูปเทพ โอซีรีส บนผ้าที่ห่อมัมมี่นั้น

ขั้นตอนที่ 13.

จากนั้นก็เอาผ้าผ้นใหญ่ห่ออีกชั้นหนึ่ง แล้วมัดตราสังข์ด้วยแถบผ้าลินินตลอดร่างอย่างแน่นหนาอีกเป็นครั้งสุดท้าย

จากนั้นก็ปิดด้านบนของมัมมี่ด้วยแผ่นกระดานก่อนที่จะเอาไปใส่ในโลงศพสองโลงซ้อนกัน ในพิธีศพ ญาติพี่น้องของผู้ตายมาไว้อาลัยและทำพิธี "เปิดปากศพ" เพื่อเป็นการเลี้ยงอาหารให้ผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย

ขั้นสุดท้าย ก็จะเอาโลงไปใส่ในโลงหินแกะสลัก ที่ตั้งอยู่ในสถานเก็บศพ พร้อมด้วยเครื่องเรือน เสื้อผ้า ของมีค่า อาหารและเครื่องดื่ม จะถูกจัดวางไว้อย่างพร้อมเพรียง เป็นเสบียงกรังให้ผู้ตายได้เดินทางสู่ปรภพโดยสะดวก

แล้วร่างของผู้ตาย ก็พร้อมที่จะออกเดินทางสู่ดินแดนใต้โลก ที่ที่หัวใจของเขาจะถูกตัดสินตามความดีที่ได้ทำไว้ยามมีชีวิตอยู่ หากมีหัวใจบริสุทธิ์จริง ผู้ตายก็จะถูกส่งไปดินแดนอันสวยงามเพื่อชีวิตอันเป็นอมตะ ในดินแดนที่เรียกว่า ทุ่งต้นกก
ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่า ก่อนผู้ตายจะไปยังปรภพได้ ก็ต้องผ่านดินแดนใต้โลก อันเป็นที่ที่เต็มไปด้วยมารร้าย สัตว์ที่ดุร้ายต่างๆ ซึ่งผู้ตายจะต้องอาศัยมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อปกป้องให้เดินทางได้โดยปราศจากภัยร้ายมาแผ้วพาน มนตราเหล่านี้จารึกอยู่ในสมุดบันทึกที่เรียกว่า "มนตราสำหรับผู้ตาย" ซึ่งเป็นตำราเขียนลงบนม้วนกระดาษปาปีรุส และจะถูกฝังไปด้วยกันกับผู้ตายในปิรามิด และก็เป็นการเสร็จสิ้นวิธีการทำมัมมี่

หวังว่า blog วันนี้คงจะให้ความรู้ เพื่อนๆ เพิ่มขึ้นนะคะ บนโลกเรามีสิ่งเร้นลับที่เรายังไม่รู้มากมายเลยนะคะ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ ก็ขอให้อ่านให้สนุกนะ =))

อ่านแล้วรู้สึกไงกับมัมมี่ บ้างคะ ??? ^_____________^


edit @ 2005/10/21 14:35:11

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
รู้ก่อนมาดูอีกครับtongue tongue
#151  by  นิธิกร บุตรศรี (125.27.131.177) At 2008-01-18 17:14, 
โคตรอุบาดมากๆsad smile sad smile
#152  by  คนเทพติ๊งต๊องคลับ (125.26.141.34) At 2008-01-23 09:49, 
หนุกหนาน double wink surprised smile embarrassed
#153  by  คนบนฟ้า (222.123.69.87) At 2008-01-23 10:14, 
รุ้สึกน่ากลัวนิดหหน่อยเเต่ได้ความรู้ดี
#154  by  เด็กดี (61.19.195.60) At 2008-02-06 10:05, 
น่ากลัวจังนะคะเเต่มีสาระดีนิดหน่อยพูดจริงนะปล่าวล้อเล่น wink surprised smile cry
#155  by  ความรักที่ห่วย (61.19.195.60) At 2008-02-06 10:07, 
สนุกดีคะได้
#156  by  น่ารัก (118.175.60.7) At 2008-02-11 15:19, 
สุดยอดเลยนะ มีความรู้เพิ่มเป็นกองเลยหละ
#157  by  นัน (117.47.6.83) At 2008-02-13 16:32, 
เนื้อหาดีมาก
#158  by  นายเบียร์ (222.123.106.93) At 2008-02-13 19:41, 
ไม่ค่อยตรงมากนักbig smile
#159  by  นักวิทยาศาสตร์บอส (222.123.106.93) At 2008-02-13 19:58, 
ไม่ค่อยตรงมากนักbig smile embarrassed question cry
#160  by  นักวิทยาศาสตร์บอส (222.123.106.93) At 2008-02-13 19:59, 
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นด่ะ
#161  by  biw (203.113.41.104) At 2008-02-14 17:00, 
สนุกดีค่ะเป็นคนที่ชอบศึกษาเรื่องราวอย่างนี้open-mounthed smile confused smile question surprised smile double wink open-mounthed smile open-mounthed smile big smile confused smile surprised smile double wink
#162  by  แพร (58.147.53.110) At 2008-02-18 14:47, 
สนุกbig smile
#163  by   (222.123.61.254) At 2008-02-21 20:10, 
สนุกมากครับชอบเรื่องแบบเนื่อครับผมbig smile open-mounthed smile surprised smile
#164  by   (222.123.61.254) At 2008-02-21 20:12, 
ดีมากเลยbig smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile sad smile
#165  by  not (222.123.61.254) At 2008-02-21 20:15, 
#166  by  ปวเรศ (58.10.216.50) At 2008-02-25 14:30, 
มีความรู้มากๆเกี่ยวกับมัมมี่ big smile
#167  by  kangaroo (203.172.252.74) At 2008-02-27 12:58, 
ถ้าเอาไปตากเเดด เเล้วทอดคงกินได้confused smile
#168  by  u (58.137.35.225) At 2008-02-28 14:40, 
สงสารศพ คงอึดอัดน่าดูangry smile
#169  by  เตย (210.86.216.50) At 2008-02-29 18:28, 
โหด double wink double wink wink surprised smile embarrassed question tongue angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile
#170  by  1234 (125.24.238.158) At 2008-02-29 22:36, 
ดีจังเลยค่ะได้รู้ว่ากว่าจะเปนมัมมี่นี่มานยากมักๆๆT^T"
#171  by  ปอฝ้าย (124.157.130.64) At 2008-03-02 19:39, 
อยากดูสารคดีมัมี่อ่าค่ะ
#172  by  ... (125.27.44.98) At 2008-03-03 15:24, 
ได้ความรู้
#173  by  ดีเจย์ เจย์ดี (125.25.57.226) At 2008-03-05 12:36, 
ดีมีสาระดีsad smile
#174  by  tle (202.149.24.129) At 2008-03-08 12:01, 
[ชอบเรื่องนี้มากคะเพราะโดยส่วนตัวชอบเรื่องเกี่ยวกับมัมมี่อย่แล้วคะ
u][/u]
#175  by  เนบิลลา (118.173.15.206) At 2008-03-16 13:41, 
มีสาระมากเลยครับอ่านแล้วได้ความรู้แต่มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับในการทำมัมมี่เนี่ยแต่ก็สนุกดีน่าหวาดเสียวดีด้วยครับsad smile
#176  by  เซอร์รัส (118.173.15.206) At 2008-03-16 13:46, 
คนสมัยโบราณนี้เขาเก่งกันจิงๆเลยนะคะสามารถทำมัมมี่ได้ด้วยทั้งๆที่ไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัยเลยอาจจะเก่งกว่าคนสมัยนี้อีกนะคะconfused smile angry smile
#177  by  ไลเคน (118.173.15.206) At 2008-03-16 13:51, 
เป็นเรื่องที่น่าทึ่งและน่าสนใจมากๆเลยค่ะdouble wink
#178  by  ไอซ์ค่ะ (203.118.106.243) At 2008-03-17 14:57, 
#179  by  แจค (58.8.137.210) At 2008-03-22 11:06, 
ดกะดกเเดกืเฝสวนมทบง อดบงอดงเwink
#180  by   (125.24.152.191) At 2008-03-29 00:32, 
วิธีการทำยากมาก
#181  by  N (124.121.85.238) At 2008-03-29 16:14, 
หน้าสงสารคนทำมัมมี่จัง
#182  by  run (125.27.3.77) At 2008-04-07 06:56, 
มันหน้า สยดสยอง เสียจริงๆ ครับ
#183  by  Boom (118.175.60.22) At 2008-04-15 18:16, 
หน้ากล้ว
#184  by  ดร๊าฟ (125.26.115.199) At 2008-04-21 14:04, 
#185  by   (125.26.202.237) At 2008-04-22 10:01, 
ดีจัง ได้ความรู้เพิ่มขึ้น
#186  by  เดะน้อย (61.19.231.4) At 2008-04-29 16:29, 
ชอบๆๆๆๆ
#187  by  หวานค่ะ (124.121.190.110) At 2008-05-04 20:26, 
ҹդҡ¤surprised smile
#188  by   (125.25.179.43) At 2008-05-05 14:37, 
ҹդҡ¤surprised smile
#189  by   (125.25.179.43) At 2008-05-05 14:38, 
สนุกมากเลยค่ะ
#190  by   (125.25.194.178) At 2008-05-09 09:19, 
อยากใช้เกลือนาตรอนจัง
#191  by   (125.25.194.178) At 2008-05-09 09:22, 
อยากใช้เกลือนาตรอนจัง
#192  by   (125.25.194.178) At 2008-05-09 09:23, 
ต้องเหลือหัวใจไว้ในร่างของมัมมี่ด้วยน่ะค่ะชาวอียิปต์เชื่อว่าหัวใจเป็นจุดสำคัญของความตายและความเป็นค่ะdouble wink
#193  by   (125.25.194.178) At 2008-05-09 09:28, 
5412กกดั้ราสวส
#194  by  บีม (222.123.163.210) At 2008-05-11 10:35, 
#195  by  บีม (222.123.163.210) At 2008-05-11 10:36, 
สนุกดีsad smile tongue
#196  by  คน (61.19.222.31) At 2008-05-12 08:30, 
สนุกดีได้ความรู้ด้วย แฮ่ๆquestion
#197  by  คนเทพ (61.19.222.31) At 2008-05-12 11:09, 
ได้ความรู้ดี คร้าบบบบบบบบบบบsurprised smile
#198  by  เด็ก อพ. (61.19.222.31) At 2008-05-12 11:11, 
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
#199  by  เด็กแร็ป (61.19.222.31) At 2008-05-12 11:12, 
ชอบคะรู้สึกว่าตัวเรามีความรู้เพิ่มขึ้นตั้งเยอะแหนะ
ขอบคุณนะคะที่นำความรู้ดีๆมาแบ่งปันกันsurprised smile big smile open-mounthed smile
#200  by  อรอนงค์ อ๋อม (118.173.239.244) At 2008-05-13 11:03, 

<< Home


*~KoNPiSeD~*
View full profile